....."ลูชาโน ปาวารอตตี" นักร้องโอเปร่าผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและลีลาทางการแสดงบนเวที จนกลายเป็นนักร้องเสียงเทอเนอร์ที่เป็นที่รักที่สุดทั้งในและนอกแวดวงเพลง คลาสสิก เสียชีวิตลงแล้วที่บ้านพักเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาจากโรคมะเร็งตับอ่อนในวัย 71 ปี ตามรายงานจากเอพี

 

  เทอร์รี ร็อบสัน ผู้จัดการส่วนตัวของ ลูชาโน ปาวารอตตี นักร้องโอเปร่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลีคนปัจจุบัน ได้แจ้งข่าวร้ายต่อสำนักข่าวเอพีทางอีเมล์ว่า ปาวารอตตี ได้เสียชีวิตลงแล้วในบ้านพักที่เมืองโมเดนา ตรงกับเวลา 5.00 น. ในเวลาท้องถิ่น หลังจากที่เขาต่อสู้กับโรคมะเร็งตับอ่อนที่ถูกตรวจพบตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเข้ารับการบำบัดอีกครั้งในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

 

  "มาเอสโตรต่อสู้กับโรคมะเร็งตับอ่อนนี้มาอย่างยาวนาน และสุดท้ายมันก็มาพรากชีวิตจากเขาไป แต่แม้ในยามที่ยากลำบากนี้ เขายังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ที่ผู้คนคุ้นเคยจากชีวิตและงานของเขา เขายังมองมันในมุมบวกจนกระทั้งวาระสุดท้ายในเวลาที่โรคร้ายเอาชีวิตเขาไป"

 

  ด้วยภาพลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนติดตาทั้งเคราที่ดกหนาและชุดทักซิโดที่ รัดตรึง รวมทั้งเสียงร้องที่ทั้งทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ของเขา รวมกันเป็นเสน่ห์ที่จับต้องไม่ได้ ที่แม้แต่เพื่อนรักจากทีม The Three Tenors ทั้ง ปลาซีโด โดมิงโก หรือ โฆเซ คาร์เรราส ก็เทียบไม่ได้

 

  "ผมชื่นชมในพลังเสียงที่ดุจดังพระเจ้าประทานมาของเขาอยู่เสมอ เขาเปล่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ต่ำสุดจนถุงสูงสุดของเทอเนอร์โดยไม่ เพี้ยนซักโน้ตเดียว" โดมิงโกให้แถลงการร์จากลอส แองเจลิส

 

  "ผมยังชื่นชอบในอารมณ์ขันของเขาและการแสดงทุกครั้งระหว่างเราและโฆเซ คาร์เรราส ในชื่อคอนเสิร์ต The Three Tenors เรามักมีปัญหาในการลืมขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่มีแฟนเพลงรออยู่ เพราะมัวแต่สนุกกันในกลุ่มพวกเราเองอย่างมากเลย"

 

ศิลปินใหญ่ที่ไม่มีใครเหมือน

 

  อาจจะกล่าวได้ว่าในโลกของเสียงโอเปราติก เทอเนอร์ในศตวรรษที่ 20 ได้เริ่มขึ้นจากการมาถึงของ เอนริโก คารูโซ ผู้ยิ่งใหญ่ และจบลงด้วยการจากไปของ ลูชาโน ปาวารอตตี แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีนักร้องเสียงเทอเนอร์ที่มีความสามารถมากมาย แต่ก็ไม่มีใครเสมอเหมือนความสามารถที่ติดตัวมาแต่กำเนิดและเสน่ห์ที่ไม่ เหมือนใคร ที่ทำให้ปาวารอตตีกลายเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลกไปได้

 

  ปาวารอตตีนับเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดบนฟากฟ้านี้" ฮาโรลด์ โชนเบิร์ก นักวิจารณ์ดนตรีผู้ล่วงลับแห่งนิวยอร์ก ไทม์ เคยยกย่องเขาเอาไว้

 

  ปาวารอตตี ไม่ได้ทรงอิทธิพลต่องานเพลงคลาสสิกเท่านั้น แต่ยังไปสร้างสีสันกับดนตรีในวงกว้างด้วย เขาเป็นศิลปินใหญ่ที่ยินดีในการร้องเพลงคู่กับ โจน ซัทเธอร์แลนด์ นักร้องเสียงโซปราโนคนดัง เช่นเดียวกับการร้องเพลงร่วมกับสาวๆ วง Spice Girls จนบางครั้งได้รับการวิจารณ์ว่านำงานศิลปะไปสู่ผลประโยชน์การค้าเกินควร

 

 

 

 

 

  "คำว่าการค้าในที่นี่เป็นสิ่งที่เรารับได้ สิ่งที่เราสร้างขึ้นนี้ทำให้คนกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลกได้มีโอกาสฟังเพลงโอเปร่า ถ้าคุณอยากจะเรียกมันว่าการค้า หรือจะใช้คำไหนที่เย้ยหยันเรามากกว่านี้ เราก็ไม่แคร์ เชิญเรียกได้ตามสบาย" ปาวารอตตีกล่าวหลังจากคอนเสิร์ต Three Tenors ครั้งหนึ่งของเขา

 

  สำหรับแฟนพันธุ์แท้เพลงคลาสสิกแล้ว คุณค่าในเสียงร้องของปาวารอตตี ทำให้เขาเป็นแบบอย่างในอุดมคติของผู้ถ่ายทอดความงดงามของโอเปร่าแบบฉบับของ อิตาลี ซึ่งเป็นผลให้เขาเริ่มประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุค 1960-1970 แฟนเพลงนับล้านทั่วโลกที่มีโอกาสได้ชมการแสดงอันเด็ดขาดของเขาในเพลง Nessun Dorma เพลงอาเรีย (เพลงเดี่ยวสำหรับนักร้องในอุปรากร) ของโอเปร่าเรื่อง Turandot ของ จิอาโคโม ปุชชีนี ต่างยอมรับว่ามันได้กลายเป็นเพชรน้ำเอกของวงการโอเปร่าอย่างสมบูรณ์แบบ

 

  ซึ่งเพลง Nessun Dorma นี้เองที่เป็นเพลงสุดท้ายที่ปาวารอตตีใช้ในการแสดง เมื่อเขาไปร้องเพลงนี้ที่พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิคฤดูหนาวที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลีเมื่อเดือน ก.พ. ปี 2006 ซึ่งคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งสุดท้ายของเขาได้แก่การแสดงที่กรุงไทเปเมื่อ เดือนธ.ค. ปี 2005

 

 

 

  ปีนี้นับเป็นปีที่โลกได้เสียบุคลากรในแวดวงอุปรากรอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา เบเวอร์ลี ซิลส์ นักร้องโซปราโนชื่อดังชาวอเมริกัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเงาสะท้อนของปาวารอตตี ก็ได้เสียชีวิตที่บ้านพักในนิวยอร์กในวัย 78 ปี จากโรคมะเร็งด้วยเช่นกัน

 

  ไม่นานมานี้ ปาวารอตตีเพิ่งจะเสียบุพการีทั้งสองของเขาไป โดย อาเดล เวนตูรี ปาวารอตตี คุณแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 2002 ขณะที่ เฟอร์นันโด ปาวารอตตี คุณพ่อของเขาก็มาจากไปหลังจากนั้นไม่ถึง 5 เดือนในวัย 89

 

ในวาระสุดท้าย

 

  ในช่วงที่ยังแข็งแรงดีอยู่ ปาวารอตตีตั้งใจจะเดินทางออกจากนิวยอร์กเพื่อที่จะเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ต อำลาของเขาเมื่อปี 2006 ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบมะเร็งร้ายที่ตับอ่อนของเขา ซึ่งผู้จัดการส่วนตัวของเขาเผยในเวลานั้นว่าเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรง พยาบาลในนิวยอร์ก และคอนเสิร์ตอำลาในช่วงปี 2006 ทั้งหมดก็ต้องถูกยกเลิกไป

 

  มะเร็งตับอ่อนถือเป็นหนึ่งในโรคที่ร้ายแรงที่สุด แม้ทางการแพทย์จะยืนยันว่าการผ่าตัดจะช่วยให้โอกาสในการรอดชีวิตมีมากขึ้นก็ ตาม

 

  "ผมเป็นชายที่โชคดีและมีความสุขมาตลอด จนกระทั้งเจ้าโรคร้ายนี้มาเล่นงานผม ตอนนี้ผมต้องชดใช้ความโชคดีและมีสุขที่เกิดขึ้นในชีวิตผมชะแล้ว" ปาวารอตตี กล่าวต่อหนังสือพิมพ์ คอร์เรียเร เดลลา เซียรา ของอิตาลีหนึ่งเดือนหลังจากเข้ารับการผ่าตัด

 

  หนึ่งปีหลังจากนั้นแฟนๆ ทั่วโลกยังคงรอคอยการคืนเวทีของเขาหลังจากการผ่าตัดอยู่เสมอ โดยผู้จัดการส่วนตัวของเขาเผยว่าช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ปาวารอตตีใช้เวลาหมดไปกับการสอนเด็กๆ ผู้โชคดีกลุ่มเล็กๆ และบันทึกเสียงเพลงศาสนา ซึ่งเป็นผลงานที่มีกำหนดออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2008 นี้ โดยปาวารอตตีจะแบ่งเวลาไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านพักที่บ้านเกิดในเมืองโมเดนาและรีสอร์ตส่วนตัวที่เมืองเปซาโรแถบ คาบสมุทธอาเดรียติก

 

  ขณะที่กำลังลุ้นอาการที่ไม่ทุเลาขึ้นของนักร้องดังผู้นี้ นิโคเล็ตตา มันโตวาดี ภรรยาคนที่ 2 ของเขากล่าวต่อ ลา สแ